นักศึกษา ม.อ.ปัตตานี ได้รับทุนอุดหนุนนวัตกรรม “การเลี้ยงสาหร่ายขนนกในระบบน้ำหมุนเวียนแบบปิด” จากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ กว่า 7 แสนบาท

นักศึกษาปริญญาโท คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ได้รับทุนอุดหนุนนวัตกรรมเรื่อง การเลี้ยงสาหร่ายขนนกในระบบน้ำหมุนเวียนแบบปิด จากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ เป็นเงินกว่า 7.5 แสนบาท เพื่อให้เป็นอาชีพที่ยั่งยืนแก่เกษตรกร

1 e1559880870560

               นายวศินะ รุ่งเรือง นศ. ปริญญาโท สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีประมง แผนกวิชาเทคโนโลยีการประมง ภาควิชา  เทคโนโลยีและการอุตสาหกรรม คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี กล่าวว่าจากการที่ครอบครัวของตนเอง ในจังหวัดสตูล มีอาชีพเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ทั้งการเลี้ยงกุ้งกุลาดำ ปลากะพง ปูดำ และปลานิล ทำให้ตนเองสนใจที่จะมาศึกษาในสาขาเทคโนโลยีการประมง ของคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ตั้งแต่ในระดับปริญญาตรี จนปัจจุบันกำลังศึกษาในระดับปริญญาโท เพื่อนำความรู้ที่ได้รับไปพัฒนาธุรกิจของครอบครัวและสังคม

                 และล่าสุดได้รับคำแนะนำจากรองศาสตราจารย์ ดร. ระพีพร เรืองช่วย ที่ปรึกษาโครงการ ให้เสนอโครงการนวัตกรรมเรื่อง “LATOS: การเลี้ยงสาหร่ายขนนกในระบบน้ำหมุนเวียนแบบปิด” เพื่อขอรับทุนจากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ปัจจุบันคือกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม) และเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2562 ที่ผ่านมาสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ มีหนังสือตอบรับให้ได้รับทุนส่งเสริมการทำธุรกิจแบบให้เปล่า เป็นเงิน 751,405 บาท

19060706

19060710

              นักศึกษาผู้ได้รับทุนสนับสนุนนวัตกรรมเรื่อง “LATOS: การเลี้ยงสาหร่ายขนนกในระบบน้ำหมุนเวียนแบบปิด”เปิดเผยว่าเนื่องจากจังหวัดสตูลเป็นแหล่งผลิตสาหร่ายขนนกจากคลองน้ำกร่อยธรรมชาติ ซึ่งตลาดมีความต้องการสาหร่ายขนนกเพื่อใช้เป็นอาหารสุขภาพ และยังนำไปแปรรูปเป็นเครื่องดื่ม และนำไปสกัดสาร เพื่อใช้ในการทำเครื่องสำอางของกลุ่มชุมชนและเอกชนอื่นๆ ทำให้สาหร่ายชนิดนี้เป็นที่ต้องการของตลาดสูง จากการที่สาหร่ายดังกล่าวจะเติบโตได้ดีในธรรมชาติในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนพฤษภาคมของทุกปี ปริมาณสาหร่ายก็จะลดลงและหมดไปหลังจากเข้าสู่ฤดูฝนเมื่อความเค็มของน้ำทะเลลดลง แต่ความต้องการของตลาดยังมีต่อเนื่องตลอดปี ดังนั้นจึงมีแนวคิดที่จะนำสาหร่ายขนนกมาเพาะเลี้ยงในระบบน้ำหมุนเวียนแบบปิดเพื่อให้มีผลผลิตได้ทั้งปี รวมทั้งสามารถควบคุมคุณภาพสาหร่ายได้อย่างสม่ำเสมอคงที่

19060708

         จากการศึกษาการเพาะเลี้ยงสาหร่ายขนนกของตนเองและครอบครัวพบว่า สาหร่ายชนิดนี้จะเติบโตได้ดีในน้ำที่สะอาด ไหลเวียน และแสงแดดส่องถึง ซึ่งจะต้องสามารถควบคุมปริมาณแสงแดด และความเค็มของน้ำให้เหมาะสมดี รวมถึงการให้สารอาหารอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเหมาะสมกับการเพาะเลี้ยงในบ่อแบบรางน้ำไหล (raceway pond) โดยใช้บ่อซีเมนต์ ขนาด 1,000 ตารางเมตร ระดับความลึก 30 เซนติเมตร โดยใช้ปริมาณต้นพันธุ์ 1 กิโลกรัม ต่อพื้นที่บ่อเลี้ยง 10 ตารางเมตร โดยเมื่อเพาะเลี้ยงได้ 3 เดือน จึงจะสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ โดยจะหมุนเวียนเก็บประมาณสัปดาห์ละ 25 เปอร์เซ็นต์ โดยสามารถเก็บเกี่ยวได้ตลอดทั้งปี หลังจากนั้นจึงจะทำความสะอาดบ่อ ซึ่งการเพาะเลี้ยงให้ได้คุณภาพนั้นจะต้องได้รับการตรวจและรับรองคุณภาพจากสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ดังนั้นฟาร์มของตนเองจึงให้ความสำคัญกับคุณภาพของน้ำที่นำมาเพาะเลี้ยง รวมถึงน้ำที่จะปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ ด้วยการบำบัดและปรับปรุงคุณภาพน้ำผ่านแปลงป่าชายเลนที่ปลูกไว้ นายวศินะ รุ่งเรือง นศ. ปริญญาโท สาขาเทคโนโลยีการประมง คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ชี้แจงว่าสำหรับทุนที่ได้รับการส่งเสริมจากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาตินั้น นำไปใช้เพื่อพัฒนาระบบบ่อเพาะเลี้ยงสาหร่ายขนนกในระบบน้ำหมุนเวียนแบบปิด ให้เป็นฟาร์มเลี้ยงสาหร่ายแบบอินทรีย์ที่ได้ผลผลิตสม่ำเสมอ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อการเพิ่มผลผลิตสาหร่ายขนนกที่สะอาดสู่ตลาด และช่วยแก้ไขปัญหาผลผลิตสาหร่ายขาดแคลน ตลอดจนเป็นฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำแบบยั่งยืนของจังหวัดสตูลต่อไป

                                                                                                                                             CR : งานประชาสัมพันธ์ ม.อ.ปัตตานี